เยลลี่

posted on 19 Feb 2013 00:37 by andaman-boy
เยลลี่
               
                เยลลี่เป็นขนมที่เกิดในประเทศอังกฤษมานานมาก...ปัจจุบันพื้นที่ส่วนนี้อยู่บริเวณ Midland ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Birmingham, ในสมัยนั้นชาวบ้านค้นพบว่า ถ้าเอาน้ำแคนตาลูปมาปล่อยให้เย็นที่อุณหภูมิห้อง น้ำนั้นจะกลายเป็นวุ้นใสๆ สีเหลืองขุ่นๆ เหนียวๆ นุ่มๆ และเป็นที่นิยมกินในแถบนั้นมานาน...
 

                นักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษสันนิฐานความหมายของ Jelly ว่าหมายถึงขนมชนิดหนึ่งที่มีสี Yellow!!!! ต่อมาการเขียนที่เปลี่ยนไปจากอิทธิพลของภาษาอื่นทำให้ตัวเขียนเปลี่ยนไป Jelly จึงไม่ทิ้งร่องรอยของตัวศัพท์เดิม..เหลือเพียงเสียงอ่านที่สามารถสืบกลับไปได้ถึงที่มาของมัน

Corn Flakes

posted on 19 Feb 2013 00:30 by andaman-boy

Corn Flakes

 

               

                ประวัติของคอร์นเฟลก ที่แปลว่า เกล็ดข้าวโพด แจ้งเกิดในสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทเคลล็อกก์ คอร์นเฟลกส์ (Kellogg’s Corn Flakes) ชื่อเดียวกับสินค้านี่ล่ะ

                ยื่นจดลิขสิทธิ์ไว้เมื่อปีค.ศ.1895 หรือตรงกับพ.ศ.2438 และมีผลบังคับใช้ในปีถัดมาต้นกำเนิดผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนี้ก็ตลกดีเพราะเป็นเรื่องบังเอิญ

               

                เหตุเกิดในช่วงกลุ่มศาสนาเซเวนธ์เดย์ แอดเวนติสต์ ต้องการอาหารชนิดใหม่ที่เป็นมังสวิรัติ สมาชิกในกลุ่มจึงนำธัญพืชหลายชนิดมาทดลองทำดู ทั้งข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวสาร ข้าวบาร์เลย์ จนในปีค.ศ.1894 ดร.จอห์น ฮาร์วีย์ เคลล็อกก์ คุณหมอในสถานส่งเสริมสุขภาพที่เมืองมิชิแกน และสมาชิกกลุ่มแอดแวนทิสต์ จึงนำธัญพืชต่างๆ เหล่านี้มาลองปรุงเป็นอาหารให้คนไข้ โดยไม่ให้มีแอลกอฮอล์ กาเฟอีน และสารยาสูบอยู่เลย

 

                ปรากฏว่าอาหารดังกล่าวมีประโยชน์ก็จริง แต่รสชาติจืดชืดเหลือเกิน นายซิลเวสเตอร์ เกรแฮม สมาชิกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนทำขนมปังกรอบ รวมถึงเคลล็อกก์เห็นตรงกันว่า ต้องเติมรสชาติให้อาหารชนิดนี้ให้ได้เรื่องได้ราวมากกว่านี้

 

                ระหว่างที่คิดๆ อยู่นั้น เคลล็อกก์ และ วิล คีธ เคลล็อกก์ น้องชาย ลืมเมล็ดข้าวสาลีไว้บนเตา จนเมื่อกลับมาพบว่า เมล็ดข้าวสาลีเหี่ยวย่นไปแล้ว ด้วยความที่เสียดาย จึงยัดใส่ลงไปในเครื่องบดหวังยืดให้มันเป็นแผ่น ปรากฏว่า วิธีการนี้กลับทำให้ประหลาดใจมาก เพราะเมล็ดข้าวกลายเป็นเหมือนเกล็ด ปิ้งแล้วรสชาติดีขึ้นทันตา พอไปเสิร์ฟให้คนไข้กิน ก็ได้รับคำชมถึงความอร่อย และได้รับความนิยมสูงมาก

                สองพี่น้องเคลล็อกก์รู้ว่ามาถูกทางแล้ว จึงไปทดลองทำเมล็ดพืชอื่นๆ เป็นเกล็ดแบบนี้บ้าง ซึ่งได้ผลดีทีเดียว

ใน ปีค.ศ.1906 เคลล็อกก์คนน้อง ในฐานะผู้จัดการของสถานส่งเสริมสุขภาพ คิดขยายตลาดผลิตภัณฑ์นี้ให้กว้างขวางขึ้น จึงก่อตั้งบริษัทแบตเทิล ครีก โทสต์ คอร์น เฟลก เติมน้ำตาลลงไปหน่อยเพื่อให้ถูกปากคนมากขึ้น แต่ขั้นตอนเติมน้ำตาลนี้เองทำให้สองพี่น้องเคลล็อกก์เห็นไม่ตรงกัน จนนำไปสู่การแยกทีมในเวลาต่อมา

                เคลล็อกก์คนพี่ เน้นการขยายไลน์สินค้าธัญพืช โดยตัวที่ชื่อไรซ์ คริสปีส์ (Rice Krispies) ออกขายในปี 1928 เป็นสินค้าตัวฮิตมากในตลาด

                มาสคอตของคอร์นเฟลกมีมาแล้วหลายตัว แต่ตัวที่ติดตาลูกค้ามากที่สุดคือเจ้าไก่ ชื่อ คอร์นี่ รูสเตอร์ ซึ่งยังใช้มาถึงปัจจุบัน โฆษณาที่โด่งดังมากเป็นเจ้าไก่ตัวนี้ร้องปลุกเป็นเสียงคนพากย์โดยดัลลัส แม็กเคนนอน ว่า ‘Wake up, up, up to Kellogg’s Corn Flakes!’

 

                ปัจจุบัน คอร์นเฟลกผลิตในโรงงานแทรฟฟอร์ด ปาร์ก ในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เป็นโรงงานผลิตภัณฑ์ธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

                ส่วนผลิตภัณฑ์บริษัทอื่นๆ ที่ทำจากคอร์นเฟลกเช่นกัน ได้แก่ กิจการของอดีตคนไข้ของสถานเสริมสุขภาพแบตเทิล ครีก ใช้ชื่อบริษัทว่า ซี.ดับเบิลยู. โพสต์ ประกาศตัวเป็นคู่แข่ง นอกจากนี้มีบริษัทโพสต์ โทสตีส์ ในอเมริกา ส่วนออสเตรเลียมีสินค้าชื่อ สคิปปี้ ขณะที่ห้างใหญ่ๆ ที่มีสาขามากมายก็ทำคอร์นเฟลกเป็นของสินค้าตัวเองด้วย

ประเทศแอฟริกาใต้

posted on 19 Feb 2013 00:01 by andaman-boy

ประเทศแอฟริกาใต้

South Africa
 
 

               

                สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ (อังกฤษ: Republic of South Africa) หรืออาจเรียกสั้น ๆ ว่า แอฟริกาใต้ (ต่างจาก "แอฟริกาตอนใต้" ซึ่งเป็นภูมิภาคประกอบไปด้วยหลายประเทศ รวมถึงประเทศแอฟริกาใต้ด้วย) เป็นประเทศอิสระที่อยู่ตอนปลายทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา มีพรมแดนติดกับประเทศนามิเบีย บอตสวานา ซิมบับเว โมซัมบิก และสวาซิแลนด์ นอกจากนี้ยังมีเลโซโทซึ่งเป็นประเทศที่ถูกล้อมรอบทุกด้านด้วยอาณาเขตของประเทศแอฟริกาใต้ รวมทั้งยังเป็นประเทศส่งออกเพชร, ทองคำ และไวน์ที่ชาวฝรั่งเศสนำเข้ามาอีกด้วย

เชื้อชาติ 

                ชาวผิวขาว เป็นชาวยุโรป ที่สืบเชื้อสายจากชาวดัตช์,ชาวอังกฤษ และชาวฝรั่งเศส ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในแอฟริกาใต้ ปัจจุบันเรียกว่าชาวแอฟริกาเนอร์ ,ชาวผิวสี เป็นชาวเลือดผสมระหว่างชาวแอฟริกาเนอร์ ชาวพื้นเมือง และชาวมาเลย์ที่อพยพเข้ามา ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในจังหวัดเวสเทิร์นเคป และชาวพื้นเมืองเป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิมของทวีปแอฟริกา เช่น ชาวซูลู เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีชาวอินเดียที่ส่วนมากอาศัยอยู่ในจังหวัดควาซูลู-นาตัล อีกด้วย

ศาสนา

                คริสต์ร้อยละ 79.77% อศาสนา 15.1% อิสลาม 1.46% พราหมณ์-ฮินดู 1.25% และอื่นๆอีก 2.42%

 

วัฒนธรรม

                ดอกไม้ประจำชาติคือ ดอกคิง โพรเธีย และสัตว์ประจำชาติคือ กวาง Springbok

    

 

ภาษา

                ประเทศแอฟริกาใต้มีภาษาราชการ 11 ภาษา ได้แก่ ภาษาแอฟริคานส์, ภาษาอังกฤษ, ภาษาซูลู, ภาษาโชซา, ภาษาสวาตี, ภาษาเอ็นเดเบลี, ภาษาซูทูใต้, ภาษาซูทูเหนือ, ภาษาซองกา, ภาษาสวันนา และภาษาเวนดา ชาวแอฟริกาใต้ส่วนใหญ่สามารถใช้ภาษาแอฟริคานส์และภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้

 

เครื่องดนตรีพื้นเมือง

                เครื่องดนตรีพื้นเมืองคือวูวูเซลา (อังกฤษ: vuvuzela, เป็นภาษาซูลู แปลว่า ทำให้เกิดเสียงดัง) หรือในบางครั้งเรียก เลปาตาตา (Lepatata ในภาษาสวานา) เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าคล้ายทรัมเป็ต เป็นเครื่องดนตรีและวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองแอฟริกาใต้ มีความยาวประมาณ 1 เมตร เสียงของวูวูเซลา เป็นไปในลักษณะดังกึกก้อง คล้ายเสียงร้องของช้าง และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ใช้เป็นเครื่องดนตรีเป่าเชียร์นักเตะจากประเทศต่างๆ