บทที่ 1

1. อธิบายความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

หมายถึงเทคโนโลยีสำหรับการประมวลผลสารสนเทศ ซึ่งครอบคลุมถึงการรับ-ส่ง การแปลง การจัดเก็บ การประมวลผล และการค้นคืนสารสนเทศ ในการประยุกต์ การบริการ

2. อธิบายองค์ประกอบที่สำคัญของระบบสารสนเทศ

มี 5 องค์ประกอบ  ได้แก่  ฮาร์ดแวร์   ซอฟต์แวร์   ข้อมูล บุคลากร  และขั้นตอนการปฏิบัติงาน

- ฮาร์ดแวร์ เป็นองค์ประกอบสำคัญ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้าง

- ซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นชุดคำสั่งที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน

- ข้อมูล เป็นส่วนที่จะนำไปจัดเก็บในเครื่องคอมพิวเตอร์

- บุคลากร เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานคอมพิวเตอร์

- ขั้นตอนการปฏิบัติงาน เป็นสิ่งที่จะต้องเข้าใจเพื่อให้ทำงานได้ถูกต้องเป็นระบบ

3. ยกตัวอย่างอาชีพที่เกี่ยวของกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

1. นักเขียนโปรมแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (programmer)

2. นักวิเคราะห์ระบบ (system analyst)

3. ผู้ดูแลและบริหารฐานข้อมูล (database administrator)

4. ผู้ดูแลและบริหารระบบ(system administrator)

4. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไรบ้าง

1. ติดต่อสื่อสาร
2. ค้นคว้าหาความรู้
3. ทันโลก

5. อธิบายว่าอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคตจะมีลักษณะอย่างไร ยกตัวอย่างประกอบ

มีขนาดเล็กลง พกพาง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น เก็บข้อมูลได้มากขึ้น ประมวลผลได้เร็วขึ้น โดยมีการผนวกอุปกรณ์หลายๆอย่างไว้ในเครื่องเดียว (all-in-one)

6. สมาร์ตการ์ดและเงินอีเล็กทรอนิกส์คืออะไร อธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ

สมาร์ทการ์ด คือ บัตรพลาสติกขนาดใกล้เคียงกับบัตรเครดิต หรือบัตรเอทีเอ็ม ภายใบัตรบรรจุชิพไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor Chip) ที่มีขนาดเล็ก มีขีดความสามารถในการบันทึกข้อมูลจำนวนมากไว้ในบัตรโดยบางชนิดมีหน่วยประมวลผลในตัว

เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่อาจเรียกเป็นอย่างอื่น เช่นMultipurpose Stored Value Card, E-purse, E-Wallet เป็นต้น มีลักษณะที่สำคัญ 3 ประการ ดังนี้

1. ผู้บริโภคชำระเงินล่วงหน้าให้ผู้ออกเงินอิเล็กทรอนิกส์ (pre-paid)

2. มูลค่าเงินที่ชำระล่วงหน้า ถูกบันทึกในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ (stored value) เช่น บัตรพลาสติก หรือสื่อคอมพิวเตอร์อื่น

3. ผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ซื้อสินค้า หรือบริการต่าง ๆ ได้จากร้านค้าที่ผู้ออกเงินอิเล็กทรอนิกส์กำหนด (multi purpose)

7. การชมรายการโทรทัศน์แบบออนดีมานด์มีลักษณะอย่างไร

สามารถเรียกดูข้อมูลได้ตลอดเวลาและทุกที่ทุกเวลา

 

บทที่ 2

1. อธิบายว่าข้อมูลคืออะไร แตกต่างจากสารสนเทศและความรู้อย่างไร

ข้อมูล คือ สิ่งที่ใช้อธิบายคุณลักษณะของวัตถุ เหตุการณ์ กิจกกรม จากการสังเกต การทดลอง

สารสนเทศ คือ ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำข้อมูลมาประมวลผล

ความรู้ คือ สิ่งที่ประกอบด้วยข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกจัดในรูปแบบประมวลผลเพื่อนำไปประยุกต์ใช้

2. ข้อมูลที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

1. ถูกต้องเชื่อถือได้

2. ข้อมูลตรงตามความต้องการของผู้ใช้

3. ข้อมูลมีความทันสมัย

3. ถ้าจะจัดเก็บข้อมูลราคาสินค้าที่นักเรียนจับจ่ายไปในรอบปีลงในตาราง จะต้องมีเขตข้อมูลใดบ้าง แต่ละเขตข้อมูลจะมีชนิดข้อมูลเป็นแบบใด

- ข้อมูลประเภทข้อความ (Text) หมายถึง ข้อมูลที่ไม่นำมาคำนวณ อาจเป็นตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมาย

- ข้อมูลประเภทตัวเลข (Numeric) ข้อมูลที่นำมาคำนวณได้ ข้อมูลจะอยู่ชิดขวา และไม่สามารถแสดงผลเกินความกว้างของเซลล์ได้

- ข้อมูลประเภทวันที่ (Date) หมายถึงข้อมูลที่ประกอบด้วยวันที่ และเดือน เดือนและปี

- ข้อมูลประเภทสูตร (Formular) ข้อมูลประเภทนี้คือสมการคณิตศาสตร์ จะต้องใช้เครื่องหมายเท่ากับนำหน้า

4. ยกตัวอย่างการกระทำความผิดตาม "พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550" มาสองข้อ

มาตราที่ 4 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการ ป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตราที่ 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการ ป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

 

บทที่ 3

1. คอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐานกี่หน่วย อะไรบ้าง อธิบายและยกตัวอย่าง

5 หน่วย คือ

1. หน่วยรับเข้า  ทำหน้าที่รับข้อมูลหรือคำสั่งต่างๆจากผู้ใช้ เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด

2. หน่วยประมวลผลกลาง ทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งหรือข้อมูลที่รับเข้าไป เช่น เมนบอร์ด

3. หน่วยความจำ  ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมที่คอมพ์ฯกำลังประมวลผล และเป็นที่พักข้อมูล เช่น รอม

4. หน่วยส่งออก  ทำหน้าที่แสดงหรือส่งข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลให้แก่ผู้ใช้ เช่น มอนิเตอร์

5. หน่วยเก็บข้อมูล  ทำหน้าที่เก็บข้อมูลแบบถาวรบนคอมพิวเตอร์ เช่น ฮาร์ดดิสก์

2. อธิบายหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

ทำงานโดยการรับข้อมูลและคำสั่งเข้าจากอูปกรณ์ภายนอกเช่น คีย์บอร์ด Pirnter สแกนเนอร์ กล้องถ่ายภาพ เป็นต้น ผ่านตัวกลาสงการประมวลผล คือCPU แล้วแสดงผลออกทางหน้าจอและลำโพง เป็นต้น

3. งานออกแบบที่ต้องแสดงผลเป็น 3 มิติ ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัตอย่างไร

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการคำนวณและแสดงภาพความละเอียดสูงสุดได้

4. สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อเมนบอร์ดมีอะไรบ้าง อธิบายและยกตัวอย่าง

1.CPU รุ่นที่จะนำมาใช้ เพราะช๊อกเก็ตในเมนบอร์ดแต่ละอันรองรับช็อคเก๊ตไม่เหมือนกัน

2.ประเภทแรมส่วนใหญ่ในปัจจุบันคือ DDR 2-3

3.การ์ดจอเพราะบางรุ่นสามารถทำ SLi หรือ Crossfir

4.ความเร็วบัสเพราะเป็นความเร็วที่จะเชื่อมโยงอุปกรณ์ทั้งหมด

5. ยกตัวอย่างวิธีการดูแลรักษาเครื่องคอวเตอร์เบื้องต้น

ปัด กวาด เช็ด ถู รีเฟร็กฮาร์ดดิกส์ ซื้อแรมเพิ่ม เติมการ์ดจอเป็นต้น

 

บทที่ 4

1. ระบบเครือข่ายคืออะไร

ระบบเครือข่ายคือการนำคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปมาเชื่อมโยงกันเพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร เรียกว่า คอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก (computer network)

2. การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างไร

เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกันในโลกออนไลน์และเป็นช่องทางที่รับ-ส่งข้อมูลได้รวดเร็วมีผู้คนใช้มากและมีการอัพเดตข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

3. องค์ประกอบพื้นฐานของระบบสื่อสารข้อมูลมีอะไรบ้าง

ข้อมูลและข่าวสาร คือ ข้อมูลหรือสารสนเทศต่างๆที่ต้องการส่งไปยังผู้รับ

 ผู้ส่ง คือ คนหรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับส่งข้อมูลหรือข่าวสาร

 ผู้รับ คือ คนหรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรับข้อมูลหรือข่าวสาร

 สื่อกลางในการส่งข้อมูล คือ สิ่งที่ทำหน้าที่ในการรับส่งข้อมูลหรือข่าวสารไปยังจุดหมายปลายทาง

 โพรโทคอล คือ กฏเกณฑ์ ระเบียบ หรือ ข้อฏิบัติต่างๆที่กำหนดขึ้นมา เพื่อเป็นข้อตกลงในการสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้รับและผู้ส่ง

4. สัญญาณที่ใช้ในระบบการสื่อสารแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

2 ประเภท ได้แก่

1. สัญญาณแอนะล็อก

2.สัญญาณแบบดิจิตอล

5. การถ่ายโอนข้อมูลแบบขนานมีวิธีการอย่างไร

ทำได้โดยการส่งข้อมูลออกมาทีละหลายบิตพร้อมกัน จากอุปกรณ์ส่งไปยังอุปกรณ์รับ ผ่านสื่อกลางนำสัญญาณที่มีช่องทางส่งข้อมูลหลายช่องทาง โดยทั่วไปจะเป็นสายนำสัญญาณหลายๆเส้นที่มีจำนวนสายส่งสัญญาณเท่ากับจำนวนบิตที่ต้องการในแต่ละครั้ง

6. รูปแบบการรับ-ส่งข้อมูลมีอะไรบ้างให้อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง

1.รับส่งข้อมูลทิศทางเดียว (Simplex Line) เป็นการรับส่งข้อมูลได้ทิศทางเดียว ช่องทางสื่อสารทำหน้าที่รับหรือส่งข้อมูล ได้เพียงอย่างเดียว เช่นช่องทางการส่งข้อมูลจาก ซีพียูไปยังเครื่องพิมพ์ หรือจากซีพียูไปยังจอภาพ เป็นต้น

2.รับส่งข้อมูลสองทางโดยสลับเวลารับส่ง (Half-Duplex Line) เป็นการรับส่งข้อมูลได้สองทิศทาง แต่ต้องสลับเวลาในการรับส่งข้อมูล จะส่งและรับในเวลาเดียวกันไม่ได้ เช่น การรับส่งข้อมูลวิทยุ ผู้รับและผู้ส่งต้องสลับกัน ส่งสัญญาณการรับส่งข้อมูลระหว่าง เครื่องสถานีปลายทางไปยังหน่วยประมวลผล เป็นต้น

3.รับส่งข้อมูลสองทางในเวลาเดียวกัน (Full -Duplex Line) เป็นการรับส่งข้อมูลได้สองทิศทาง ในเวลาเดียวกัน เช่น ช่องทางการสื่อสารของโทรศัพท์ ผู้รับและผู้ส่งสามารถพูดโต้ตอบกันได้ในเวลาเดียวกัน ช่องทางการสื่อสารแบบนี้นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบันนี้

7. การส่งสัญญาณข้อมูลผ่านสายไฟเบอร์ออติกมีจ้อแตกต่างจากสายชนิดอื่นอย่างไร

สายส่งแบบไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic) เป็นการส่งสัญญาณด้วยใยแก้ว และส่งสัญญาณด้วยแสงมีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสามารถส่งข้อมูลได้ด้วยเร็วเท่ากับแสง ไม่มีสัญญาณรบกวนจากภายนอก

8. ยกตัวอย่างการสื่อสารแบบไร้สาย ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

การใช้โทรศัพท์มือถือในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

9. เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง

ระบบเครือข่ายสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ด้วยกันคือ

1. LAN (Local Area Network)

ระบบเครื่องข่ายท้องถิ่น เป็นเน็ตเวิร์กในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ไม่ต้องใช้โครงข่ายการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ คือจะเป็นระบบเครือข่ายที่อยู่ภายในอาคารเดียวกันหรือต่างอาคาร ในระยะใกล้ๆ

2. MAN (Metropolitan Area Network)

ระบบเครือข่ายเมือง เป็นเน็ตเวิร์กที่จะต้องใช้โครงข่ายการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อกันในเมือง เช่น เครื่องเวิร์กสเตชั่นอยู่ที่สุขุมวิท มีการติดต่อสื่อสารกับเครื่องเวิร์กสเตชั่นที่บางรัก

3. WAN (Wide Area Network)

ระบบเครือข่ายกว้างไกล หรือเรียกได้ว่าเป็น World Wide ของระบบเน็ตเวิร์ก โดยจะเป็นการสื่อสารในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรือทั่วโลก จะต้องใช้มีเดีย(Media) ในการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย (คู่สายโทรศัพท์ dial-up / คู่สายเช่า Leased line / ISDN) (lntegrated Service Digital Network สามารถส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง และภาพในเวลาเดียวกัน)

10. ลักษณะของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่แบ่งตามบทบาทของเครื่องคอมพิวเตอร์มีกี่แบบ อะไรบ้าง

2 แบบ ได้แก่

1. เครือข่ายแบบรับ-ให้บริการหรือไคลเอนท์/เซริ์ฟเวอร์  จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องให้บริการต่างๆ เช่น บริการเว็บและบริการฐานข้อมูล การให้บริการขึ้นกับการร้องขอบริการจากเครื่องรับบริการ เช่นการเปิดเว็บเพจ

2. เครือข่ายระดับเดียวกัน เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องให้บริการและเครื่องรับบริการในขณะเดียวกัน การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้ในการแบ่งปันข้อมูล เช่น เพลง ภาพยนตร์ โปรแกรม และเกม

 

บทที่ 5

1. อินเทอร์เนตคืออะไร ให้อธิบาย

อินเทอร์เนตเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กรธุรกิจ หน่วยงานรัฐบาล สถานศึกษา ตลอดจนเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเข้าไว้ด้วยกัน

2. ผู้ใช้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เนตด้วยวิธีการใดได้บ้าง

เชื่อมต่อโดยผ่านโมเด็มผ่านสายโทรศัพท์

3. วัตถุประสงค์ของการใช้ที่อยู่ไอพีคืออะไรและมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับชื่อโดเมนเนม

โดเมนใช้อ้างที่อยู่ของคอมในอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เซิฟเวอร์สามารถเปลี่ยนไอพีได้ตามสบาย

4. ให้อธิบายความหมายของคำต่อไปนี้

เวิลด์ไวด์เว็บ เป็นการให้บริการข้อมูลแบบไฮเปอร์เท็กซ์ (hypertext) ที่ประกอบไปด้วยเอกสารจำนวนมากที่มีการเชื่อมโยงกัน

เว็บเพจ เป็นหน้าเอกสารที่เขียนขึ้นในรูปแบบภาษาเอชทีเอ็มแอล (Hypertext Markup Language : HTML)

เว็บไซต์ เป็นกลุ่มขิงเว็บเพจที่มีความเกี่ยวข้องกัน และอยู่ภายใต้ชื่อโดเมนเดียวกัน

เว็บเซริ์ฟเวอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการเว็บเพจ เมื่อผู้ใชร้องขอเว็บเพจผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ยูอาร์แอล (Uniform Resorce Locator : URL)

เว็บเบราว์เซอร์ เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับแสดงเว็บเพจและสามารถเชื่อมโยงไปยังส่วนอื่นในเว็บเพจเดียวกับหรือเว็บเพจอื่นผ่านการเชื่อมโยงหลายมิติ หนือไฮเปอร์ลิงค์ (hyperlink) เรียกสั้นๆว่า ลิงค์ (link)

5. อธิบายความแตกต่างของเว็บ 1.0 และเว็บ 2.0

มีการสร้างเครือข่ายทางสังคมผ่านเว็บไซต์ มีการพัฒนาความร่วมมือแบบออนไลน์

6. นักเรียนใช้ประโยชน์จากโปรแกรมค้นหาได้อย่างไรบ้าง

ค้นหาข้อมูลต่างๆจากเว็บไซต์ที่เราต้องการที่จะค้นหา

7. ยกตัวอย่างและอธิบายลักษณะของบริการบนอินเทอร์เนตที่นักเรียนเคยใช้มา 2 ตัวอย่าง

1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลล์ (email) เป็นบริกการรับส่งจดหมายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้

2. การสื่อสารในเวลาจริง (real-time communication) เป็นการสื่อสารระหว่างบุคคลที่สามารถโต้ตอบกลับได้ทันทีผ่านเครือข่ายการสื่อสาร

8.นักเรียนมีวิธีป้องกันมัลแวร์ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร

อัปเดตคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์บ่อยๆ

9.ปัญหาจากการใช้งานอินเทอร์เนตมีอะไรบ้าง อธิบาย

ปัญหาสุขภาพและความสัมพันธ์ทางสังคม ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตติดต่อกันเป็นเวลานานมากเกินไปอาจก่อให้เกิดปัญหาโรคติดอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง มีอาการที่สงสัย

ปัญหาอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมหลายรูปแบบ

ปัญหาการล่อลวงในสังคม จากการที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เนตบางส่วน สร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ในการติดต่อสนทนากับผู้อื่น โดยให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ เช่น เพศ อายุ ภาพถ่ายและอาชีพ

นายธุวานนท์  พิมลสิทธิ์  ม.5/7  เลขที่ 2

Comment

Comment:

Tweet